Search

สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราอย่างไร?

คุณอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “สารต้านอนุมูลอิสระ” จากสื่อโซเชียล หรือโฆษณาผลิตภัณฑ์ ซึ่งมาพร้อมประโยชน์ในด้านการชะลอการเกิดริ้วรอย ลดการอักเสบ และประโยชน์ต่อสุขภาพอื่นๆ แต่ผู้คนส่วนมากอาจจะยังไม่เข้าใจว่าสารต้านอนุมูลอิสระมีประโยชน์อย่างไร? มาจากไหน? และทำไมจึงจำเป็นต่อร่างกายของเรา บทความนี้จะมาตอบข้อสงสัยของคุณกันค่ะ






สารต้านอนุมูลอิสระคืออะไร?


สารต้านอนุมูลอิสระ หรือ Antioxidant คือสารที่สามารถช่วยป้องกัน ยับยั้ง และชะลอความเสียหายจากการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอนุมูลอิสระ (Free radicals) หรือโมเลกุลที่ไม่เสถียรที่ร่างกายผลิตขึ้นจากปฏิกิริยาจากสภาพแวดล้อมและมลภาวะต่างๆในระหว่างกระบวนการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย


อนุมูลอิสระสามารถสร้างความเสียหายต่อเซลล์ในร่างกาย ซึ่งนำไปสู่การเกิดโรค ริ้วรอยต่างๆบนร่างกาย และอาจร้ายแรงถึงขั้นกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ในภายหลัง คุณจึงต้องการสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อทำให้อนุมูลอิสระหรือโมเลกุลเหล่านี้มีค่าเป็นกลาง และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย


ปัจจัยที่ทำให้อนุมูลอิสระสามารถเกิดเพิ่มขึ้นได้คือ ความเครียด นอนไม่พอ มลภาวะทางอากาศ การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารทอด โลหะหนัก รวมไปถึงการรักษาด้วยยาและสารเคมีบางชนิด การฉายแสง ไวรัสบางตัว และอายุที่เพิ่มมากขึ้น


สารต้านอนุมูลอิสระแบ่งออกเป็นกี่ประเภท?


เชื่อว่ามีสารหลายร้อยหรือหลายพันชนิดที่สามารถทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ ซึ่งแต่ละชนิดก็มีบทบาทของตนเอง ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยโดยสารต้านอนุมูลอิสระสามารถแบ่งออกตามกลไกการยับยั้งได้ เป็น 3 ประเภทคือ


  1. Preventing antioxidant ช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ

  2. Scavenging antioxidant ช่วยทำลาย และยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ

  3. Chain breaking antioxidant ช่วยหยุดและชะลอการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ซึ่งทำให้เกิดริ้วรอย และเจ็บป่วยได้ง่าย


สารต้านอนุมูลอิสระจะประกอบไปด้วยวิตามินซี, วิตามินเอ, ซีลีเนียม, เบตาแคโรทีน, ฟลาโวนอยด์, โอเมก้า 3, และไลโคปีน ซึ่งสามารถพบได้ตามอาหารทั่วไป เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และธัญพืชต่างๆ โดยสารต้านอนุมูลอิสระแต่ละชนิดทำหน้าที่ต่างกันและไม่สามารถใช้แทนกัน จึงจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่หลากหลาย


สารต้านอนุมูลอิสระพบได้จากที่ไหนบ้าง?


ถึงแม้ว่าโดยปกติแล้ว ร่างกายของเราสามารถสร้างสารต้านอนุมูลอิสระได้เอง แต่จะผลิตได้น้อยลงเมื่อเรามีอายุมากขึ้น คุณอาจจะต้องอาศัยสารต่อต้านอนุมูลอิสระจากภายนอกร่วมด้วย โดยแหล่งที่มาของสารต้านอนุมูลอิสระอาจมาทั้งจากธรรมชาติหรืออาหารเสริม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจำพวกพืชบางชนิดจะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น





  • ผักใบเขียว เช่น คะน้า ปวยเล้ง ถั่วลันเตา บร็อคโคลี่ ผักโขม

  • ผักและผลไม้ สีเหลือง สีส้ม เช่น แครอท มะละกอ ฟักทอง มะม่วงสุก

  • ผักและผลไม้ สีแดง เช่น มะเขือเทศ แตงโม ฟักข้าว พริกหวาน

  • เนื่อแดง ทูน่า ไข่ และตับ

  • ผลไม้จำพวกวิตามินซี เช่น ฝรั่ง ส้ม สตรอเบอรี่

  • ขนมปังโฮลวีต จมูกข้าวสาลี โฮลเกรน เมล็ดเจีย วอลนัท ถั่ว เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง และอะโวคาโด

  • น้ำมันรำข้าว น้ำมันตับปลา แซลมอน และเนื้อปลา

  • อาหารเสริมสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ


คุณประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระ


จากงานวิจัยพบว่า สารต้านอนุมูลอิสระสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อหลากหลายโรคโดยเฉพาะโรคเรื้อรังที่สัมพันธ์กับอาหาร ไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคสมองได้ อีกทั้งยังช่วยชะลอการเกิดอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้


โดยสารต้านอนุมูลอิสระมีประโยชน์ที่สำคัญดังนี้


  • ช่วยชะลอกระบวนการชรา ชะลอวัย

  • ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง

  • ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือโรคสมองเสื่อม

  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกาย

  • ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

  • ช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองตีบ

  • ช่วยเป็นเกราะในการป้องกันมลพิษต่างๆจากสิ่งแวดล้อม


ถึงแม้ว่าการรับประทานอาหารเหล่านี้จะช่วยให้คุณเพิ่มสารต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย แต่อาจไม่เพียงพอสำหรับคนที่จะต้องเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า พักผ่อนน้อย หรือเผชิญฝุ่นควันจากรถยนต์ ซึ่งผู้คนเหล่านี้ควรได้รับวิตามินหรืออาหารเสริมเพื่อร่างกายที่แข็งแรง