Search

การดื่ม น้ำแร่ ดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำทั่วไปจริงหรือไม่?

น้ำแร่คือน้ำที่มีแร่ธาตุสูงกว่าน้ำทั่วไปและมาจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งมีการนำน้ำแร่ธรรมชาติมาบรรจุขวดเป็นสินค้าขาย อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆที่มีน้ำแร่เป็นส่วนประกอบ เช่น สเปรย์ฉีดผิวหน้า เป็นต้น น้ำแร่นั้นประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ไบคาร์บอเนต สังกะสี และเหล็ก รวมไปถึงก๊าซบางชนิด เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ และไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งแร่ธาตุจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับชั้นหินที่น้ำไหลผ่าน



น้ำแร่

ในปัจจุบันคนหันมาสนใจน้ำแร่กันเยอะมากขึ้น เนื่องจากเชื่อว่าน้ำแร่นั้นจะช่วยบำรุงสุขภาพได้ โดยน้ำแร่ที่สามารถนำมาบริโภคได้นั้น จะต้องมีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มีคุณลักษณะใส ไม่มีสี ไม่มีตะกอน ไม่มีกลิ่น และมีแร่ธาตุในปริมาณที่ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน รวมถึงต้องไม่มีเชื้อจุลินทรีย์และสารปนเปื้อนอีกด้วย


ประโยชน์ของน้ำแร่


เนื่องจากน้ำแร่ประกอบไปด้วยแร่ธาตุและคาร์บอกไดออกไซด์จึงทำให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ได้แก่


  • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ

การมีไขมันหรือคอเลสเตอรอลสูงนั้น จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและภาวะอื่นๆ จากการศึกษาหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยให้ผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนดื่มน้ำแร่ 1 ลิตรต่อวันเป็นระยะเวลาสองเดือน ผลวิจัยพบว่าการดื่มน้ำแร่ช่วยลดระดับไขมันไม่ดี (LDL) และเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) ดังนั้นน้ำแร่จึงมีส่วนช่วยทำให้หัวใจแข็งแรงและทำงานเป็นปกติ โดยเฉพาะน้ำแร่ที่มีแมกนีเซียมเป็นส่วนประกอบ เพราะการมีปริมาณแมกนีเซียมในระดับต่ำอาจส่งผลต่อภาวะหัวใจล้มเหลวและภาวะที่ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ


  • ลดความดันโลหิต

ในการศึกษาปี 2004 จากประเทศสหรัฐอเมริกา นักวิจัยได้ทำการประเมินผลกระทบของน้ำแร่ที่มีส่วนประกอบของแมกนีเซียมต่ออาสาสมัครที่มีความดันโลหิตสูง รวมทั้งปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมอยู่ในระดับต่ำ โดยให้พวกเขาดื่มน้ำแร่เป็นเวลาสี่สัปดาห์ พบว่าความดันโลหิตของพวกเขาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ


  • ควบคุมการไหลเวียนโลหิต


น้ำแร่ที่มีแคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียมจำนวนมาก จะช่วยส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย และช่วยควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจได้


  • เสริมสร้างกระดูก


การดื่มน้ำแร่ที่มีส่วนประกอบของแคลเซียมนั้น จะช่วยเสริมให้กระดูกแข็งแรง ซึ่งแคลเซียมจำเป็นสำหรับการสร้างและรักษากระดูกให้แข็งแรง เมื่อมวลกระดูกเริ่มลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น การทานแคลเซียมร่วมกับการออกกำลังกายจะช่วยสร้างมวลกระดูกและป้องกันการเสื่อมของกระดูกได้


  • บรรเทาอาการท้องผูก


สำหรับผู้ที่มีอาการอาหารไม่ย่อยและท้องผูก น้ำแร่สามารถลดอาการท้องผูกได้อย่างมาก อีกทั้งยังสามารถช่วยให้การทำงานของระบบย่อยอาหารและถุงน้ำดีมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย จากผลวิจัยพบว่า การดื่มน้ำแร่ที่มีแมกนีเซียมและโซเดียมทำให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น เพราะจะช่วยดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ เพิ่มความสม่ำเสมอของอุจจาระ และช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อลำไส้





ข้อควรระวังของน้ำแร่


น้ำแร่โดยทั่วไปนั้นค่อนข้างปลอดภัย ไม่ได้มีอันตรายต่อร่างกาย มีการวิจัยน้อยมากที่พบว่าน้ำแร่มีผลกระทบด้านสุขภาพ แต่เนื่องจากน้ำแร่มีแร่ธาตุหลายชนิดซึ่งไม่ได้เหมาะกับสุขภาพของทุกคนเสมอไป ไม่แนะนำในกลุ่มคนบางกลุ่ม ได้แก่



  • ผู้ที่เป็นโรคไต


ผู้ที่มีภาวะบวมน้ำ โรคไต หรือโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ ที่ไตมีความสามารถในการกำจัดเกลือแร่ออกจากร่างกายได้ไม่เต็มที่ เพราะแร่ธาตุในน้ำแร่อาจเกิดการตกตะกอนและสะสมจนทำให้เป็นนิ่วอุดตันทางเดินปัสสาวะได้


  • ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ


ผู้เป็นโรคหัวใจควรหลีกเลี่ยงน้ำแร่ที่ประกอบไปด้วยโพแทสเซียมสูง เพราะภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงนั้น อาจส่งผลให้เกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะได้


  • ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง


ผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูงควรหลีกเลี่ยงน้ำแร่ที่มีปริมาณโซเดียมสูง เนื่องจากหากได้รับโซเดียมมากเกินไป จะทำให้ระดับความดันโลหิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ


  • ผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร


หลีกเลี่ยงน้ำแร่ที่มีส่วนประกอบของเกลือโซเดียมคลอไรต์และซัลเฟต เนื่องจากแร่ธาตุนี้จะไปกระตุ้นทำให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดมากขึ้นกว่าปกติ ส่งผลเสียต่อผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร


  • เด็กเล็ก


การดื่มน้ำแร่ในปริมาณมาก อาจทำให้ระดับเกลือแร่มากเกินกว่าที่ไตของเด็กเล็กจะรับไหว และซึมซับแร่ธาตุมากเกินความจำเป็น ซึ่งอาจส่งผลเสียในตอนที่โตขึ้น

ถึงแม้ว่าน้ำแร่ที่มาจากธรรมชาตินั้นจะประกอบไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่างๆมากมาย แต่ก็มีแร่ธาตุหลายชนิดที่ไม่ได้เหมาะกับสุขภาพร่างกายของทุกคน ดังนั้นควรศึกษาให้ดีเพราะไม่ว่าจะเป็นน้ำแร่หรือน้ำเปล่าทั่วไป การดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ก็ส่งผลดีกับร่างกาย แต่หากดื่มมากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน