Search

การรักษาสมดุลของกรด-ด่างของร่างกาย

ด้วยวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เร่งรีบ ออกกำลังกายไม่เพียงพอ มีความเครียดสะสม การใช้ร่างกายอย่างหนัก รวมไปถึงอารมณ์ที่แปรปรวน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการรักษาสมดุลกรด-ด่างในร่างกาย


โดยหากปล่อยให้ร่างกายเสียสมดุลกรด-ด่างเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่อาการเจ็บป่วยต่างๆ ทั้งโรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคมะเร็งได้ คุณจึงควรเร่งปรับพฤติกรรมและรักษาสมดุลย์กรด-ด่างของร่างกายให้ดี เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บค่ะ



ความเป็นกรด-ด่างของร่างกายดูอย่างไร




ร่างกายของมนุษย์เรานั้นจะมีกลไกในการควบคุมความเป็นกรด-ด่างของเลือดให้อยู่ในช่วงค่า pH ระหว่าง 7.35-7.45 ซึ่งถือว่ามีความเป็นด่างอ่อนๆ หากค่า pH เปลี่ยนแปลงจากปกติไปเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้เกิดภาวะกรดเกินหรือด่างเกินได้


ถ้าหากค่า pH ในเลือดสูงกว่า 7.8 จะเกิดภาวะด่างเกิน (Alkalosis) ทำให้มีอาการชักและอาจเสียชีวิตได้ ในขณะที่ถ้าค่า pH ในเลือดต่ำกว่า 6.8 จะเกิดภาวะกรดเกิน (Acidosis) ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน โดยภาวะทั้งสองนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย เว้นแต่คุณจะมีความผิดปกติของอวัยวะที่ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลกรด-ด่างอย่าง ปอดหรือไต


โดยร่างกายของมนุษย์เรานั้นจะมีกลไกในการปรับค่า pH เพื่อให้มีความสมดุล รักษาสภาพไม่ให้ค่า pH สูงหรือต่ำจนเกินไป ซึ่งจะใช้ระบบในร่างกายทั้งหมด 3 อย่างนั่นก็คือ


  1. ระบบขับถ่าย - โดยจะเป็นการขับกรดออกทางปัสสาวะ ซึ่งช่วยลดความเป็นกรดได้มากที่สุด

  2. ระบบการหายใจ - โดยจะเป็นการขับคาร์บอนไดออกไซด์ออกทางลมหายใจ

  3. ระบบบัฟเฟอร์ในเลือด - จะทำปฏิกิริยากับสารเคมีในเลือดเพื่อปรับสมดุลในกับค่า pH และใช้เวลาน้อยที่สุด


สาเหตุที่ก่อให้เกิดภาวะกรดเกิน-ด่างเกิน


  • อาหารที่รับประทาน เช่น แป้งที่ผ่านการขัดสี, น้ำตาลทรายขาว, ขนมหวาน, น้ำอัดลม, ของหมักดอง, ชากาแฟ, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, อาหารทอด, และอาหารสำเร็จรูป

  • ความเครียดสะสม

  • การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ

  • การออกกำลังกายหนักเกินไป หรือการออกกำลังกายไม่เพียงพอ

  • ยาบางชนิด เช่น ยาลดกรด

  • โรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งทำให้เกิดภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ

  • มลภาวะ และสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่นละออง และสารพิษต่างๆ


แนวทางปฏิบัติเพื่อสร้างสมดุลกรด-ด่างในร่างกาย



  • ปรับอาหารที่รับประทาน ลดอาหารที่เป็นกรด และเพิ่มอาหารที่สร้างความเป็นด่าง เช่น ข้าวกล้อง, ข้าวซ้อมมือ, เนื้อปลา, ผักผลไม้ต่างๆ โดยเฉพาะผักใบเขียวและผลไม้รสเปรี้ยว, และธัญพืชต่างๆ เช่น ถั่ว เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น

  • เพิ่มการรับประทานแร่ธาตุแคลเซียม, โซเดียม, และแมกนีเซียม

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

  • ลดความเครียด และดูแลจัดการอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เสมอ

  • พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน